แทงบอลเดี่ยว

บอลเดี่ยว หรือที่หลายคนเรียกว่า บอลเต็ง เพราะเป็นการเลือกแทงบอลว่าทีมไหนจะชนะโดยเลือกทีมใดทีมหนึ่งจากการแข่งขันใน 1 แมชคู่แข่งขัน ในปัจจุบันการแทงบอลมีให้เลือกหลากหลายไม่ว่าจะเป็น การแทงบอลแบบสูง-ต่ำ ซึ่งการเลือกเดิมพันแต่ละแบบจะได้เงินแตกต่างกันออกไปตามราคาค่าน้ำ

การแทงบอลเดี่ยวหรือบอลเต็ง ให้ได้กำไรมากที่สุด

การเลือกแทงบอลแบบเดี่ยว ควรเลือกแทงในทีมที่ตัวคุณเองรู้จัก ไม่ว่าจะเป็นผลงานของทั้งทีม ฟอร์มของผู้เล่นในทีม โดยผู้เล่นเองจะต้องวิเคราะห์สภาพทีม รวบรวมเป็นสถิติออกมาเพื่อเป็นข้อมูลในการตัดสินใจ ซึ่งในปัจจุบันสามารถหาข้อมูลได้ง่ายจากหลายช่องทาง โดยเข้าไปยังเว็บไซต์ที่ประกาศผลบอลและดูว่าในฤดูกาลนั้นฟอร์มของทีมที่คุณกำลังจะเลือกแทงเป็นอย่างไร ก่อนที่จะเลือกว่าจะแทงเดิมพันในทีมใดเพื่อเป็นการเพิ่มโอกาสในการชนะการเดิมพันการแทงบอลเดี่ยว วิธีการนี้มีโอกาสชนะการเดิมพันได้ง่ายกว่าการแทงในรูปแบบอื่นเหมาะสำหรับผู้ที่เพิ่งเริ่มเล่น

การแทงบอลเดี่ยวนั้น แนะนำให้ผู้เล่นดูบอลสดประกอบไปด้วยในช่วงแรกเพราะระบบการแทงบอลบนเว็บไซต์พนันออนไลน์นั้นสามารถแทงเดิมพันได้แม้กระทั่งเกมเริ่มต้นไปแล้ว เพื่อดูฟอร์มการเล่นและตัดสินใจในขั้นตอนสุดท้ายก่อนตัดสินใจวางเดิมพัน

ศัพท์ที่ควรรู้เกี่ยวกับการแทงบอลเดี่ยว มีอะไรบ้าง

ค่าน้ำทั้ง 3 รูปแบบ

ค่าน้ำ​ คือ ค่าธรรมเนียมจากเจ้ามือที่เอาไว้เพื่อกำหนดอัตราความคุ้มค่าของการได้-เสีย ในการเดิมพัน ยกตัวอย่างเช่น หากทีมที่คุณเลือกแทงมีค่าน้ำ 0.80 แล้วบอลเข้าตามที่คุณแทงเอาไว้ 100 บาท คุณจะได้เงิน 80 บาท และ 20 ถูกหักออกไปเป็นค่าน้ำ โดย เว็บพนันบอลออนไลน์ ส่วนใหญ่จะนิยมใช้อยู่ 3 ค่าดังนี้

1. ค่าน้ำแบบมาเลย์ (MY)

ค่าน้ำแบบมาเลย์ (MY) เป็นค่าน้ำที่คิดอัตราการได้เสียจากราคาบอลที่เดิมพันไป โดยจะมีอยู่ 2 ค่าให้เลือกแทงจะแสดงในตารางเป็นสีแดงที่เรียกกว่าการเดิมพันน้ำแดง และสีดำที่เรียกว่าการเดิมพันน้ำดำ การเดิมพันในน้ำดำ เป็นลักษณะคล้ายกับอัตราต่อรองทั่วไป โดยปกติมักจะต่ำกว่าทุน ยกตัวอย่างเช่น แทงเดิมพันน้ำดำ 0.80 หากคุณเดิมพัน 100 บาท แล้วบอลเข้าก็จะได้เงิน 80 บาท ข้อดีของการเดิมพันน้ำดำคือ สามารถรักษาทุนเอาไว้ได้แต่ได้กำไรน้อยลง
การแทงบอลเดิมพันในน้ำแดงหรือเรียกว่า ราคาติดลบ คนส่วนมากนิยมเล่น เนื่องจากหากเสียจะเสียไม่มากและหากได้ก็จะได้เยอะ ยกตัวอย่างเช่น แทงเดิมพันในทีมที่มีค่าน้ำแดง -0.95 หากคุณเดิมพัน 100 บาท หากแพ้จะเสีย 95 บาท หากชนะบอลเข้าจะได้เงินเท่ากับจำนวนเงินที่วางเดิมพันไว้ สรุปง่ายๆ คือ หากชนะจะได้เงินเท่ากับเงินที่วางเดิมพัน หากแพ้จะเสียตามราคาน้ำ

2. ค่าน้ำแบบฮ่องกง(HK)

ค่าน้ำแบบฮ่องกง (HK) จะไม่มีสีดำและสีแดงแบบค่ามาเลย์ และจะคิดแตกต่างไปจากของมาเลย์คือเมื่อเสียจะทำให้เสียเต็มจำนวน โดยที่ไม่รวมต้นทุน
ยกตัวอย่างเช่น แทงเดิมพันในค่าน้ำแบบฮ่องกงอัตรา 1.14 จำนวนเงินเดิมพัน 100 บาท หากบอลเข้า เดิมพันถูกจะได้รับเงิน 114 บาท ในทางกลับกันหากเดิมพันแพ้ก็จะเสีย 100 บาท

3. ค่าน้ำแบบยูโร (EU)

ค่าน้ำแบบยูโร (EU)จะเป็นค่าน้ำที่มีลักษณะคล้ายกับค่าน้ำของฮ่องกง แต่ค่าน้ำของยูโรจะมีการรวมต้นทุนของราคาที่แทงเดิมพันเอาไว้แล้ว
ยกตัวอย่างเช่น แทงเดิมพันในค่าน้ำยูโรอัตรา 2.25 จำนวนเงินเดิมพัน 100 บาท ถ้าหากเดิมพันถูกจะได้รับเงิน 225 บาท หากเดิมพันเสียจะเสียเต็ม